มาช่วยสอนการตลาดผมทีนะครับพี่ๆๆผู้รอบรู้ทั้งหลาย

Teach me about marketing,Help me please.

Marketing

Posted by namotaro บน พ.ค.pm07 18, 2007

ผมว่านะก่อนที่จะเรียนการตลาดให้ลึกก่อนอื่นเลยผมควรจาต้องรู้ก่อนใช่ปะว่า what is marketing การตลาดมันคืออะไรและมีคำจำกัดความว่าอะไร ว่าแล้วเราเข้าไป search ข้อมูลใน web กันเลยดีก่า……GO GO GO ….เน็ตตัดดีนะที่มีของมหาวิทยาลัยสำลองไว้ แต่ก็จำกัดแค่ 3ช.ม.เอง เซ็งๆๆเลย

     การตลาด คือ กระบวนการทางสังคม ซึ่งเกี่ยว ข้องกับกิจกรรมต่างๆ ที่จำเป็น เพื่อให้สามารถบรรลุ ถึงความต้องการของคนทั้งในระดับบุคคล และระดับองค์กร ด้วยการแลกเปลี่ยน และพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกันให้มากขึ้น ซึ่งการตลาดยุคปัจจุบันจะเน้นตอบสนองความต้องการของบุคคลเพื่อสร้างความสัมพันธ์
       
       กระบวนการทางการตลาด แบ่งเป็น 4 แนวคิดหลักคือ

1.การวิเคราะห์ถึงโอกาสทางการตลาด ประกอบด้วย การเก็บข้อมูลและวิจัยตลาด การประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน และการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค

2.การคัดเลือกกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย การคาดการณ์ถึงความต้องการของผู้บริโภค การกำหนดสัดส่วนตลาด และการวางตำแหน่งทางการตลาด

3.ส่วนประสมทางการตลาด ประกอบด้วยกลยุทธ์สินค้า ราคา ช่องทางจัดจำหน่าย และกิจกรรมส่งเสริมการขาย 

 4. การวางแผนการตลาด กลยุทธ์องค์กร และทิศทางที่จะมุ่งไป
       
       ตัวอย่างของกระบวนการทางการตลาด เช่น แชมพูโดฟ ไม่เลือกที่จะเข้าไปในตลาดแชมพู 2 อิน 1 ก็เพราะในตลาดนี้ผู้บริโภคมีแชมพูรีจอยส์อยู่ในความคิดแล้ว โดฟจึงเลือกที่จะวางตำแหน่งตัวเองเป็นแชมพูสำหรับตลาดบิวตี้ หรือกรณีของร้านสะดวกซื้อ AM/PM ไม่ประสบความสำเร็จในเมืองไทยเพราะผู้บริโภคมี 7-Eleven อยู่ก่อนแล้ว ทำให้แฟมิลี่ มาร์ท ต้องปรับตัวเพื่อสร้างความแตกต่างและพยายามบอกว่าตัวเองไม่เหมือนใคร
       
       ขั้นตอนทางการตลาด แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

1. วิสัยทัศน์และกลยุทธ์ เช่น ตำแหน่งสินค้า การแยกแยะความต้องการของลูกค้าออกเป็นส่วนๆ โครงสร้างตราสินค้า และ portfolio

 2.การพัฒนาตราสินค้า เช่น ส่วนผสมการตลาด ความต้องการในใจผู้บริโภค และกระบวนการพัฒนาสินค้าใหม่

3.ผลักดันให้มีชีวิต โดยการผ่าน การสื่อสาร การใช้สื่อ กิจกรรมทางการตลาด กิจกรรมส่งเสริมการขาย การกระตุ้นด้วยแนวทางต่างๆ และ

4.การนำเสนอสินค้าเข้าสู่ตลาด ผ่านช่องทางแบบกว้างและเฉพาะเจาะจง รวมถึงการใช้เครื่องมือต่างๆ ในการทำตลาด
       
       องค์ประกอบที่สำคัญของการตลาด คือ

1.คน

2.วิสัยทัศน์และกลยุทธ์

3.ความรู้

4.พันธกิจ

คำถามที่ได้ยินกันบ่อยๆ คือ จะผลักดันให้ตราสินค้าประสบความสำเร็จได้อย่างไร? อะไรคือราคาที่เหมาะสม? เราควรจะสร้างตราสินค้าใหม่หรือเพิ่มความหลากหลายของสินค้ามากกว่ากัน? เมื่อไหร่เราควรหยุดการขายและการตลาด? เท่าไหร่ดีสำหรับการลงทุนในโฆษณาประชาสัมพันธ์? เราควรจะขายสินค้าผ่านช่องทางไหน?
       
       โดยคำถามทั้งหมดเหล่านี้จะเริ่มต้นจากการกำหนด วิสัยทัศน์และกลยุทธ์ทางการตลาด ซึ่งประกอบด้วย 3 แนวคิดหลักคือ

 1.ตราสินค้าจะต้องอยู่ภายในใจผู้บริโภคเท่านั้น และการสานสายใยความสัมพันธ์ระหว่างตราสินค้ากับผู้บริโภคถือเป็นกุญแจสำคัญ

2.วิสัยทัศน์ของตราสินค้าคือ สิ่งที่เราอยากให้ตราสินค้าเป็นอยู่ในใจผู้บริโภค ส่วนใหญ่จะหมายถึง ตำแหน่งทางการ ตลาดในอนาคตว่าอยากให้ตราสินค้าเป็นอะไร และ 3.เริ่มต้นพัฒนากลยุทธ์เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายดังกล่าว
       
       พลังอำนาจของตราสินค้า จะประกอบด้วย

1.ตำแหน่งทางการตลาดหรือจุดวางสินค้า (brand positioning)

2.โครงสร้างของตราสินค้า (brand architecture)

3.แผนที่ทางการตลาด (marketing mapping) 

4.ความหลากหลายของตราสินค้า (brand extension)
       
       ตราสินค้าระดับโลกและระดับประเทศที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม อย่างเช่น เป๊ปซี่ ไนกี้ สตาร์บัคส์ เทสโก้ ห้างแฮร์รอดส์ ดิสนี่แลนด์พาร์ค บ้านใร่กาแฟ สุกี้เอ็มเค เหล่านี้มาจากความชัดเจนของจุดวางสินค้า มีความชัดเจนมากขนาดที่ว่าพอเอ่ยชื่อตราสินค้าขึ้นมา ลูกค้าจะนึกถึงตำแหน่งทางการตลาดได้ทันที
       
       ตัวอย่างเช่น น้ำยาล้างจานซันไลต์ ตำแหน่งของสินค้าคือ สะอาดขจัดคราบ ประโยชน์ที่ได้คือ ทำให้จานชามใส ส่วนที่เหลือนอกจากนั้นถือเป็นคุณค่าในเชิงอารมณ์ หรือกรณีของรองเท้าไนกี้ ซึ่งมีความเด่นชัดในเรื่องของกีฬา เมื่อไนกี้พยายามเข้าสู่ตลาดเสื้อผ้าลำลอง กลับไม่ประสบความสำเร็จมากนัก เพราะจุดวางสินค้าไปไม่ถึง ไม่สามารถแข่งขันกับยี่ห้อ Gap หรือ Guest ได้
       
       จุดวางสินค้าจะประกอบด้วย รูปแบบการแข่งขัน ตลาดเป้าหมาย ความต้องการในใจผู้บริโภค ประโยชน์ของสินค้า คุณค่าและบุคลิกของสินค้า เหตุผลที่จะโน้มน้าวใจ และความแตกต่างของสินค้า
       
       โครงสร้างของตราสินค้า หมายถึง ข้อตกลงใจใน การสร้างตราสินค้าโดยใช้กลยุทธ์ในรูปแบบต่างๆ เช่น ชื่อ สัญลักษณ์ และสี เป็นต้น นำมาวางโครงสร้างความหลากหลายของสินค้านำเสนอต่อผู้บริโภคและสร้างตราสินค้าให้เติบโตต่อไป และโครงสร้างดังกล่าวยังมีส่วนช่วยในการวางเป้าหมายการลงทุน
       
       สำหรับแผนที่ทางการตลาด จะเป็นแนวทางในการบ่งบอกถึงความน่าสนใจของตลาดและอธิบายถึงทางเลือก เป็นตัวบอกว่าสินค้าอยู่ตรงไหน และต้องการจะไปทางไหน
       
       ความหลากหลายของตราสินค้า มีแนวทางในการบริหาร portfolio และตราสินค้าย่อยหลักๆ คือ ไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิดในการสร้างความหลากหลาย แต่จำเป็นจะต้องเข้าใจในความเชื่อมโยงดังกล่าว เช่น 1. บางบริษัทอาจประยุกต์โครงสร้างที่แตกต่างของตราสินค้าสำหรับวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน หรืออะไรที่บรรจุอยู่ในรายละเอียดของหลายๆ ตราสินค้า จะต้องไม่ซ้ำซ้อนกันระหว่างตราสินค้า

2. ตราสินค้าย่อยมักจะสร้างความสับสนกับตราสินค้าหลัก

3. ส่วนใหญ่แล้วตราสินค้าย่อยจะเน้นใช้มากในอุตสาห-กรรมที่เกี่ยวเนื่องกับแฟชั่นและแนวโน้มใหม่ๆ

 ที่มา ผู้จัดการรายสัปดาห์ (www.manager.co.th) ขอบคุณมากๆๆครับที่ให้ความรู้

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: